Library
ตลาดคาร์บอน
12 December, 2025
Carbon Capture , เสริมรายได้
ในปัจจุบันการลดการปลดปล่อยคาร์บอนนั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่องกรใหญ่ๆ ต่างคำนึงถึงกัน โดยแกนนำของการลดการปลดปล่อยคาร์บอนนั้นเกิดจากองกร United Nation ซึ่งได้ก่อตั้ง IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) โดยในปี 2015 ประเทศ 195 ประเทศได้ร่วมกันประชุม Paris Climate Agreement โดยได้ตกลงกันว่าจะหยุดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส
สิ่งที่เกิดขึ้นคือประเทศที่มีอุตสาหกรรมซึ่งปล่อยคาร์บอนมากเช่น การขุดน้ำมัน การผลิต การบิน ฯลฯ ซึ่งมักจะเป็นประเทศที่มีความเจริญ ซึ่งในกลุ่มประเทศนั้น เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมัน อังกฤษ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ อื่นๆ ไม่สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้หมดหากยังต้องการรักษาความสามารถทางเศรษฐกิจไว้ โดยหลังจากการลดการปลดปล่อยในวิธีการต่างๆ เช่น การใช้พลังงานทดแทน และ การนำของเหลือมาใช้งาน สิ่งต่อไปที่ประเทศเหล่านั้นทำคือการกักเก็บคาร์บอน เช่น การปลูกป่าไม้ การรักษาสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำ การจัดการขยะ แต่อย่างไรก็ตามหลายๆประเทศขาดพื้นที่ที่เหมาะสมมากพอที่จะสามารถทำกิจกรรมกักเก็บคาร์บอนได้ บริษัทและองค์กรต่างๆในประเทศนั้นๆ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดหาคาร์บอนทดแทนจากนอกประเทศเพื่อที่จะทำให้เข้าสู่เป้าหมายต่างๆของประเทศที่ตั้ง เช่น Net Zero, Carbon Neutral
Voluntary Market
จากที่กล่าวมาจึงเกิดตลาดใหม่ขึ้นมา คือตลาดการขาย Carbon โดยบริษัทและองค์กรต่างๆ จะทำการจัดการพื้นที่ที่สามารถพัฒนาได้ โดยพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่คือที่ประเทศด้อยพัฒนา และ กำลังพัฒนา ด้วยประเทศเหล่านี้มีข้อได้เปรียบดังนี้
- มีพื้นที่เยอะ โดยรวมแล้วเนื้อที่มีความหลากหลายมากกว่า
- สภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์มากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
- ขาดการพัฒนาที่สามารถลดการใช้คาร์บอนได้เช่น เตาทำอาหารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า การจัดการขยะแบบมีคุณภาพ โดยในส่วนการพัฒนาประสิทธิภาพนั้นความจริงเป็นหนึ่งในส่วนที่มีผลเยอะสุด เช่น เตาทำอาหารมีประสิทธิภาพถือเป็น 10% ตลาดคาร์บอน
ด้วยปัจจัยเหล่านนี้ซึ่งทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีระยะทางห่างกันมาก ดังนั้นในระบบการตลาดคาร์บอนนั้นจำเป็นที่จะต้องมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อทำให้การซื้อขาย “คาร์บอน” ซึ่งเป็นสิ่งที่จำต้องไม่ได้ เกิดขึ้นได้
ผู้มีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอน
จากหัวข้อก่อนๆ สามารถจัดกลุ่มผู้ซื้อ ผู้ขายได้ดังนี้
- ผู้ซื้อ – มักเป็นบริษัทที่มีปัญหาในการลดคาร์บอนให้ถึงเป้า ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีความจำเป็นที่ต้องลดคาร์บอนเพื่อให้อยู่ในกฏของประเทศต่างๆ
- ผู้ขาย – ผู้ขายปาจจะเป็นการร่วมมือกันจากหลายหน่วยงานเช่น ผู้พัฒนาพื้นที่ กับ เจ้าของพื้นที่ หรืออาจจะร่วมมือกันทั้งคู่
นอกจาก 2 อย่างนี้แล้วเนื่องจากความห่างของผู้ซื้อขาย และ ความต้องการของรัฐแต่ละที่ที่ต่างกัน เลยเกิดคำถามว่า “คาร์บอนแบบไหนที่ตรงกับความต้องการเรา” ดังนั้นจึงมีองค์กรต่างๆ มาเป็นผู้รับประกันคุณภาพคาร์บอน (Validation Body) โดยองค์กรพวกนี้มีเงื่อนไขในการเข้าร่วมต่างกัน แล้วแต่องค์กรและแล้วแต่ประเภท โดยใหญ่ๆ แล้วองค์กรที่สำคัญๆ มีดังนี้
- ผู้รับประกันคุณภาพคาร์บอน (Validation Body)
- Verra – เป็นผู้รับประกันคุณภาพคาร์บอนเจ้าใหญ่ที่เกิดขึ้นมาเจ้าแรก ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีคาร์บอนที่ผ่านการรับรองถึง 1.3พันล้าน unit โดย 1 Unit มีค่าเท่ากับ 1 ตันคาร์บอน
- Gold Standard - เป็นเจ้าที่ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนพอๆกับ Verra โดยจะเน้นถึง Co-Benefits ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมต่างๆที่อยู่ใน SDG (Sustainable Development Goals) ของ UN
ปัจจุบัน 2 องค์กรนี้นับเป็นมากกว่า 70% ของปริมาณ carbon ที่ผ่านการรับรอง การประกันคาร์บอนเหล่านี้นั้นจะมีเกณฑ์แตกต่างกันแล้วแต่พื้นที่และประเภทกิจกรรมการลดคาร์บอน นอกเหนือยังมีพื้นที่ที่มีความแตกต่างด้านสภาพแวดดล้อมและการเมือง จึงเกิดผู้รับประกับคุณภาพอื่นๆ ที่รับประกันคุณภาพในระดับภูมิภาคนั้นๆ ซ่งการยอมรับจะขึ้นอยู่แล้วแต่ ประเทศ และ อุตสาหการที่เข้าร่วม
- T-VER - เป็นกลไกตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของประเทศไทย ดำเนินการโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. จุดประสงค์ของ T-VER คือเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศและสร้างมาตรฐานที่เหมาะสมกับบริบทของไทยเอง
- American Carbon Registry (ACR) - เป็นองค์กรรับรองคาร์บอนที่ก่อตั้งในสหรัฐอเมริกา และนับเป็นหนึ่งใน Standard ที่เก่าแก่และน่าเชื่อถือที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ แต่จะทำการรับรองคาร์บอนเพียงทวีปอเมริกาเท่านั้น
- แพลตอร์มการซื้อขายคาร์บอน - เมื่อคาร์บอนถูกรับรองแล้ว จำเป็นต้องมีตลาดในการขาย โดยจะเป็นแพลตอร์มการซื้อขายคาร์บอนเกิดขึ้นมา เช่น CTX (Carbon Trade Exchange)
นอกเหนือจากนี้ยังมีผู้มีส่วนร่วมอื่นๆที่คอยช่วยให้การลดคาร์บอนเกิดขึ้นได้อีก เช่น consultant, project aggregator, และ อื่นๆ
ราคาของคาร์บอนขึ้นกับอะไร
คาร์บอนนั้นมีหน่วยเรียกว่า ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) โดยเทียบเท่าหมายถึงการลดสารก่อภาวะโลกร้อนอื่นๆ เช่น มีเทน จะสามารถถูกนำมานับด้วย โดยราคาของตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ามีปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- ประเภทของกิจกรรมลดคาร์บอน เช่น การฟื้นฟูป่าไม้ มีราคาสูงกว่า การพัฒนาเตาอาหาร
- ผู้รับประกันคุณภาพคาร์บอน คาร์บอนที่ได้รับการรับประกันจากองกรณ์ใหญ่ๆ ปกติมีราคามากกว่าองกรณ์เล็ก นอกจากนี้ยังมีคาร์บอนเฉพาะทาง เช่น CORSIA ซึ่งเป็นคาร์บอนสำหรับสายการบินซึ่งจะมีเกณฑ์เฉพาะ
- ผลประโยชน์ร่วม (Co-benefits) โดยจะอิงจากเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ขององกรณ์สหประชาชาติ ยกตัวอย่างเช่น การขจัดความยากจน ระบบนิเวศบนบก ระบบนิเวศในทะเล
- กลไกตลาด โดยคาร์บอนยังอยู่ในกลไกผู้ผลิต ผู้บริโภคอยู่ โดยหากในจังหวะนั้นตลาดไม่ได้มีความต้องการคาร์บอน แต่มีการผลิตคาร์บอนมาก คาร์บอนจะราคาถูกลง คาร์บอนราคาสูงสุดเมื่อปี 2022-2023 และลดงมาบ้างในปี 2024 และ 2025
ปัจจัยอื่นๆ เช่นประเทศที่ตั้ง ปีที่เริ่มโครงการคาร์บอน มีผลกระทบแต่ไม่เท่า 4 อย่างที่กล่าวมา โดยราคาของคาร์บอนมีตั้งแต่ 1$/ tCO2e ถึง 100$/ tCO2e หรือมากกว่า ตามปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น